รายชื่อประเภทวัตถุบนท้องฟ้า


ดารานุกรมจัดหมวดหมู่วัตถุท้องฟ้าตามประเภทหลัก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาและศึกษา แต่ละประเภทจะมีคำอธิบายและตัวอย่างวัตถุที่อยู่ในหมวดหมู่นั้น ๆ

หมวดหมู่ดาวฤกษ์


รหัสสากล (SIMBAD Otype)ประเภทวัตถุชื่อภาษาอังกฤษคำอธิบายตัวอย่างวัตถุ
*ดาวฤกษ์Starก้อนพลาสมาสว่างขนาดใหญ่ที่คงอยู่ได้ด้วยแรงโน้มถ่วงและปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์ฟิวชันที่แกนของดาว ซึ่งจะปลดปล่อยพลังงานจากภายในของดาวHD 209458
* tau Sco
Sgr 1935+2154
**ระบบดาวคู่หรือดาวหลายดวงDouble or Multiple Starกลุ่มของดาวฤกษ์ตั้งแต่ 2 ดวงขึ้นไปที่อยู่ใกล้กันจนมีแรงดึงดูดระหว่างกัน และ โคจรรอบจุดศูนย์กลางมวลร่วมกันBD-15 6290
* ksi Per
EM* MWC 349
AB*แขนงดาวยักษ์เชิงเส้นกำกับAsymptotic Giant Branch Starระยะวิวัฒนาการในช่วงท้ายของดาวฤกษ์มวลน้อยถึงปานกลาง ที่มีการเผาผลาญเชื้อเพลิงในเปลือกรอบแกนกลาง ทำให้ดาวขยายตัวและสว่างมากV* RX Boo
* g Her
V* R Dor
Ae*ดาวเฮอร์บิก เออี/บีอีHerbig Ae/Be Starดาวฤกษ์มวลปานกลางอายุน้อยที่ยังไม่เข้าสู่แถบลำดับหลัก มักถูกล้อมรอบด้วยจานก๊าซและฝุ่นที่กำลังก่อตัวเป็นระบบดาวHD 163296
V* AB Aur
HD 142527
BS*ดาวแปลกพวกสีน้ำเงินBlue Stragglerดาวฤกษ์ในกระจุกดาวที่ดูมีอายุน้อยและมีสีน้ำเงินมากกว่าดาวดวงอื่นในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งมักเกิดจากการรวมตัวกันของดาวหรือการถ่ายโอนมวลสารระหว่างกัน* 40 Cnc
V* V957 Sco
NGC 2682 81
BY*ดาวแปรแสงชนิดบีวาย ดรากอนนิสBY Dra Variableดาวแปรแสงที่มีความสว่างเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการหมุนรอบตัวเองร่วมกับการมีจุดมืดขนาดใหญ่บนพื้นผิวของดาว* eps Eri
HD 197481
* zet Pup
Be*ดาวบีอีBe Starดาวฤกษ์ประเภท B ที่หมุนรอบตัวเองเร็วมากจนมีจานก๊าซล้อมรอบ ทำให้สเปกตรัมแสดงเส้นการแผ่แสงที่เด่นชัด* zet Oph
HD 100546
* 15 Mon
C*ดาวคาร์บอนCarbon Starดาวฤกษ์ยักษ์แดงช่วงปลายอายุขัย ที่มีปริมาณคาร์บอนในชั้นบรรยากาศมากกว่าออกซิเจนIRC +10216
V* Y CVn
* 19 Psc
CV*ดาวแปรแสงชนิดคาแทกลิสมิกCataclysmic Binaryระบบดาวคู่ที่มีการถ่ายโอนมวลสารจากดาวดวงหนึ่งไปยังดาวอีกดวงหนึ่ง (มักเป็นดาวแคระขาว) ทำให้เกิดการแปรแสงอย่างรุนแรงและฉับพลันV* SS Cyg
V* U Gem
V* DQ Her
Ce*ดาวแปรแสงชนิดซีฟีอิดCepheid Variableดาวฤกษ์ที่ความสว่างเปลี่ยนแปลง เนื่องจากตัวดาวมีการขยายตัวและหดตัวสลับกันเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ* zet CMa
HD 142883
V* V399 Car
EB*ระบบดาวคู่อุปราคาEclipsing Binaryระบบดาวฤกษ์สองดวงที่โคจรรอบกันและกันในระนาบเดียวกันจากมุมมองเรา ทำให้ดาวดวงหนึ่งเคลื่อนที่มาบังอีกดวงหนึ่งเป็นจังหวะ* tet01 Ori B
BD+47 2936
* del Cas
El*ดาวแปรแสงทรงรีEllipsoidal Variableระบบดาวคู่ที่อยู่ใกล้กันมากจนแรงดึงดูดทำให้ดาวบิดเบี้ยวเป็นรูปทรงรี ความสว่างเปลี่ยนแปลงไปตามจังหวะการโคจรเนื่องจากพื้นที่ผิวที่มองเห็นเปลี่ยนไปHD 218396
* zet And
* 48 Tau
Em*ดาวฤกษ์สเปกตรัมเปล่งแสงEmission-line Starดาวฤกษ์ที่มีสเปกตรัมแสดงเส้นการเปล่งแสง (Emission Lines) บ่งบอกถึงการมีกลุ่มก๊าซร้อนหรือเปลือกก๊าซล้อมรอบตัวดาวG 272-61B
* lam Ori A
* gam UMa
Er*ดาวแปรแสงแบบปะทุEruptive Variableดาวฤกษ์ที่ความสว่างเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันและรุนแรง เนื่องจากการระเบิดหรือการพ่นมวลสารออกจากชั้นบรรยากาศของดาวKepler-11
V* EZ Aqr
Kepler-36
Ev*ดาวฤกษ์ระยะวิวัฒน์Evolved Starดาวฤกษ์ที่ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนในแกนกลางหมดไปแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงท้ายของอายุขัยที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอย่างรุนแรงPMMR 145
SV* HV 6002
SP77 32-10
HB*ดาวแถบลำดับแนวนอนHorizontal Branch Starดาวฤกษ์ในช่วงวิวัฒนาการหลังดาวยักษ์แดงที่กำลังเผาผลาญฮีเลียมที่แกนกลาง มีความสว่างค่อนข้างคงที่และมีอุณหภูมิผิวสูงHD 161817
* eta Cet
BD+17 3248
HS*ดาวแคระย่อยร้อนHot Subdwarfดาวฤกษ์ขนาดเล็กที่ร้อนจัดและสว่างมากในย่านอัลตราไวโอเลต อยู่ในระยะท้ายของวิวัฒนาการหลังจากสูญเสียชั้นบรรยากาศไฮโดรเจนไปเกือบหมดBD+28 4211
Feige 34
Feige 110
HV*ดาวความเร็วสูงHigh Velocity Starดาวฤกษ์ที่มีการเคลื่อนที่ในอวกาศรวดเร็วผิดปกติเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์ส่วนใหญ่ในละแวกเดียวกัน มักมีวงโคจรที่แตกต่างจากดาวในระนาบดาราจักรCD-57 1633
HD 271791
[BGK2006] HV 1
Ir*ดาวแปรแสงไร้รูปแบบIrregular Variableดาวฤกษ์ที่มีความสว่างเปลี่ยนแปลงอย่างไม่เป็นระบบและไม่มีรูปแบบหรือคาบเวลาที่แน่นอนV* V4433 Sgr
V* V422 Lac
V* UV Boo
LM*ดาวฤกษ์มวลน้อยLow-mass Starดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยกว่าดวงอาทิตย์ ซึ่งมีอายุขัยยาวนานและเผาผลาญเชื้อเพลิงอย่างช้าๆTRAPPIST-1
VB 8
TWA 27
LP*ดาวแปรแสงคาบยาวLong-Period Variableดาวแปรแสงที่เป็นดาวยักษ์แดงหรือดาวยักษ์ใหญ่ โดยมีความสว่างเปลี่ยนแปลงในคาบเวลาที่ยาวนานตั้งแต่หลักสิบถึงหลักร้อยวัน* bet Peg
* eps Peg
* alf Her A
MS*ดาวฤกษ์แถบลำดับหลักMain Sequence Starดาวฤกษ์ที่กำลังเผาผลาญไฮโดรเจนเป็นฮีเลียมในแกนกลาง ซึ่งเป็นระยะที่เสถียรและยาวนานที่สุดในวิวัฒนาการของดาวฤกษ์HD 63433
BD-10 47
TOI-561
Ma*ดาวฤกษ์มวลมากMassive Starดาวฤกษ์ที่มีมวลเริ่มต้นมากกว่า 8-10 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ มีอุณหภูมิสูง สว่างมาก และมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วจนจบชีวิตด้วยซูเปอร์โนวาW 51e2
[GWS2022] K1
Mi*ดาวแปรแสงชนิดไมราMira Variableดาวฤกษ์ยักษ์แดงที่ความสว่างเปลี่ยนแปลง เนื่องจากตัวดาวมีการขยายตัวและหดตัวสลับกันเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอและเชื่องช้า* omi Cet
V* R Leo
V* R Cas
No*นวดาราดั้งเดิมClassical Novaปรากฏการณ์การระเบิดบนพื้นผิวของดาวแคระขาวในระบบดาวคู่ เนื่องจากการสะสมมวลก๊าซจากดาวคู่จนเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันแบบฉับพลันV* GK Per
V* V1500 Cyg
V* V1974 Cyg
OH*ดาวโอเอช/อินฟราเรดOH/IR Starดาวฤกษ์ยักษ์แดงหรือดาวยักษ์ใหญ่ที่อยู่ในระยะวิวัฒนาการขั้นสูง มีการแผ่รังสีอินฟราเรดรุนแรงและมีการแผ่คลื่นเมเซอร์ของโมเลกุลไฮดรอกซิล (OH)V* IK Tau
V* R Aql
V* U Her
Optแหล่งกำเนิดแสงในย่านที่ตามองเห็นOptical Sourceวัตถุทางดาราศาสตร์ที่แผ่รังสีออกมาในช่วงความยาวคลื่นที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าPN K 1-25
Or*ดาวแปรแสงนายพรานOrion Variableดาวแปรแสงอายุน้อยที่มีการเปลี่ยนแปลงความสว่างไม่สม่ำเสมอ มักพบในบริเวณที่มีการก่อตัวของดาวฤกษ์ เช่น เนบิวลานายพรานV* HL Tau
V* FU Ori
EM* LkCa 15
PM*ดาวฤกษ์ที่มีการเคลื่อนที่เฉพาะตัวสูงHigh Proper Motion Starดาวฤกษ์ที่มีตำแหน่งปรากฏบนท้องฟ้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อเทียบกับดาวฤกษ์ดวงอื่นที่อยู่ไกลออกไป* bet Pic
Proxima Centauri
V* AD Leo
Pe*ดาวที่มีองค์ประกอบเคมีผิดปรกติChemically Peculiar Starดาวฤกษ์ที่มีปริมาณความเข้มข้นของธาตุบางชนิดในชั้นบรรยากาศสูงหรือต่ำกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับดาวฤกษ์ทั่วไปHD 140283
HD 122563
HD 103095
Pu*ดาวแปรแสงแบบสั่นไหวPulsating Variableดาวฤกษ์ที่ความสว่างเปลี่ยนไป เนื่องจากตัวดาวมีการขยายตัวและหดตัวสลับกันเป็นจังหวะ* tau Her
* eta Cha
* del Cru
RC*ดาวแปรแสงอาร์ คอโรนา บอเรอาลิสR CrB Variableดาวแปรแสงที่มีความสว่างลดลงอย่างกะทันหันและไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากการก่อตัวของกลุ่มเมฆคาร์บอนหนาแน่นในชั้นบรรยากาศที่บดบังแสงจากตัวดาวV* R CrB
V* RY Sgr
V* V854 Cen
RG*ดาวยักษ์แดงRed Giant Branch starดาวฤกษ์ที่วิวัฒนาการออกจากแถบลำดับหลักเนื่องจากไฮโดรเจนที่แกนกลางหมดไป ทำให้ตัวดาวขยายขนาดขึ้นมากและมีอุณหภูมิผิวลดลงจนมีสีแดง* alf Boo
* w Her
* iot Dra
RR*ดาวแปรแสงชนิด อาร์อาร์ ไลรีRR Lyrae Variableดาวฤกษ์อายุมากและมวลน้อยที่ความสว่างเปลี่ยนแปลง เนื่องจากตัวดาวมีการขยายตัวและหดตัวสลับกันเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอและรวดเร็วV* RR Lyr
V* X Ari
V* SW And
RS*ดาวแปรแสงชนิด RS CVnRS CVn Variableดาวแปรแสงที่เป็นระบบดาวคู่ที่มีกิจกรรมทางแม่เหล็กในชั้นบรรยากาศสูงมาก มักมีจุดบนดาวขนาดใหญ่ที่ทำให้ความสว่างเปลี่ยนแปลงเมื่อดาวหมุนรอบตัวเองHD 22468
HD 224085
V* RS CVn
RV*ดาวแปรีแสงชนิด RV TauriRV Tauri Variableดาวแปรแสงที่มีการสั่นไหวแบบเป็นจังหวะสม่ำเสมอ โดยมีลักษณะเด่นคือความสว่างจะลดลงสลับกันระหว่างค่าต่ำสุดที่ลึกและตื้นอย่างต่อเนื่องV* R Sct
V* RV Tau
V* UU Her
Ro*ดาวแปรแสงที่เกิดจากการหมุนRotating Variableดาวฤกษ์ที่ความสว่างเปลี่ยนแปลงไปตามการหมุนรอบตัวเอง เนื่องจากพื้นผิวของดาวมีจุดมืด องค์ประกอบทางเคมี หรือความเข้มสนามแม่เหล็กที่ต่างกันในแต่ละด้านทำให้ความสว่างไม่เท่ากัน2MASS J00021803-2924052
2MASS J00003934-3016188
Cl* Blanco 1 MPJ 351
S*ดาวชนิดเอสS Starดาวฤกษ์ดาวยักษ์แดงช่วงปลายที่มีธาตุเซอร์โคเนียมในสเปกตรัมสูงกว่าปกติ และมีปริมาณคาร์บอนใกล้เคียงกับออกซิเจนในชั้นบรรยากาศ* chi Cyg
V* R And
V* RS Cnc
SB*ระบบดาวคู่เชิงสเปกตรัมSpectroscopic Binaryระบบดาวคู่ที่อยู่ใกล้กันมากจนกล้องโทรทรรศน์ไม่สามารถแยกมองเห็นเป็นดาวสองดวงได้ แต่สามารถตรวจพบได้จากการศึกษาสเปกตรัมของแสง* alf CMi
* alf CMa
* tet01 Ori C
SN*ซูเปอร์โนวาSuperNovaเหตุการณ์การระเบิดของดาวฤกษ์มวลมากเมื่อสิ้นอายุขัยแล้ว จะเปล่งแสงสว่างมหาศาลและระเบิดออกรัศมีสว่างวาบเป็นรัศมีเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเลือนจางลงในเวลาสัปดาห์หรือเดือนเท่านั้นSN 1987A
SN 1998bw
SN 1993J
SX*ดาวแปรแสงชนิดเอสเอ็กซ์ ฟีนิกซิสSX Phe Variableดาวแปรแสงที่มีการสั่นไหวคล้ายดาวแปรแสงชนิดเดลตา สคูที แต่เป็นดาวกลุ่มประชากรที่ 2 (Population II) ซึ่งมีธาตุหนักน้อยและมักพบในกระจุกดาวทรงกลมV* SX Phe
V* CY Aqr
V* DY Peg
Sy*ดาวคู่แบบพึ่งพาอาศัยกันSymbiotic Starระบบดาวคู่ที่มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วยดาวยักษ์แดงและดาวมวลอัดแน่นที่ร้อนจัด (มักเป็นดาวแคระขาว) ทำให้เกิดลักษณะสเปกตรัมที่ซับซ้อนV* RS Oph
V* R Aqr
V* T CrB
TT*ดาวฤกษ์ชนิด ที วัวT Tauri Starดาวฤกษ์เกิดใหม่ที่มีอายุน้อยมาก และยังไม่ได้เริ่มปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันที่แกนกลางอย่างเต็มตัว มีความสว่างไม่คงที่ มีลมสุริยะที่รุนแรง และมักถูกล้อมรอบด้วยจานฝุ่นและก๊าซที่จะก่อตัวเป็นดาวเคราะห์ในอนาคตV* TW Hya
V* T Tau
V* DG Tau
V*ดาวแปรแสงVariable Starดาวฤกษ์ที่ความสว่างเปลี่ยนแปลง ไม่คงที่* alf Per
V* V901 Ori
WASP-2
WD*ดาวแคระขาวWhite Dwarfซากแกนกลางของดาวฤกษ์มวลน้อยถึงปานกลาง ที่ดับสูญและยุบตัวลงจนมีขนาดเล็กแต่มีความหนาแน่นสูงมหาศาลBD+52 913
* alf CMa B
V* ZZ Psc
WR*ดาววอลฟ์–ราแยWolf-Rayetดาวฤกษ์มวลมหาศาลที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต ก่อนที่จะระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา เป็นหนึ่งในวัตถุที่ร้อนที่สุด สว่างที่สุด และหาได้ยากที่สุดในจักรวาล * gam02 Vel
HD 50896
HD 193793
WV*ดาวแปรแสงซีฟีอิดชนิดที่ 2Type II Cepheid Variableดาวแปรแสงที่มีการสั่นไหวซึ่งมักพบในกลุ่มดาวที่มีอายุมาก โดยมีความสว่างสัมพันธ์กับคาบการแปรแสงคล้ายกับซีฟีอิดดั้งเดิมแต่มีมวลน้อยกว่าและสว่างน้อยกว่าV* W Vir
V* BL Her
* kap Pav
Y*Oวัตถุดาวฤกษ์อายุน้อยYoung Stellar Objectดาวฤกษ์ที่อยู่ในระยะเริ่มต้นของวิวัฒนาการRAFGL 5123
* sig Ori
[JCC87] IRAS 4A
a2*ดาวแปรแสงชนิดอัลฟา 2 ซีวีเอ็นalpha2 CVn Variableดาวฤกษ์ที่มีสนามแม่เหล็กแรงสูงและการกระจายตัวของธาตุบนพื้นผิวไม่สม่ำเสมอ ทำให้ความสว่างเปลี่ยนแปลงเมื่อดาวหมุนรอบตัวเอง* alf02 CVn
* bet CrB
* gam Equ
bC*ดาวแปรแสงชนิดเบตาซีฟิอัสbeta Cep Variableดาวฤกษ์ร้อนจัดที่สว่างมากและมีการสั่นไหวแบบเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทำให้ความสว่างเปลี่ยนแปลงในคาบเวลาสั้น ๆ* sig Sco
* alf Vir
* bet Cep
bluวัตถุสีน้ำเงินBlue Objectคำเรียกทั่วไปของวัตถุทางดาราศาสตร์ที่มีสีค่อนไปทางสีน้ำเงิน ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งดาวฤกษ์ร้อนจัด ดาวแคระขาว หรือเควซาร์8 O'Clock Arc
[TB95] B0
Andromeda VIII
cC*ดาวแปรแสงชนิดซีฟีอิดแบบดั้งเดิมClassical Cepheid Variableดาวแปรแสงที่มีความสว่างสูงและมีการสั่นไหวเป็นจังหวะที่สม่ำเสมออย่างแม่นยำ ใช้เป็นมาตรฐานสำคัญในการวัดระยะทางในอวกาศ* del Cep
* alf UMi
* eta Aql
dS*ดาวแปรแสงชนิดเดลตา สคูทีdelta Sct Variableดาวแปรแสงที่มีความสว่างเปลี่ยนแปลงในคาบเวลาสั้น ๆ เนื่องจากการสั่นไหวแบบเป็นจังหวะภายในตัวดาวเอง* alf Lyr
* alf Aql
* bet Leo
gD*ดาวแปรแสงชนิดแกมมาโดราดัสgamma Dor Variableดาวแปรแสงในแถบลำดับหลักที่มีความสว่างเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการสั่นไหวแบบเป็นจังหวะสม่ำเสมอในคาบเวลาสั้นถึงปานกลาง* gam Dor
* 9 Aur
V* V1210 Tau
pA*ดาวฤกษ์ระยะหลังดาวยักษ์แดงPost-AGB Starดาวฤกษ์ที่อยู่ในระยะเปลี่ยนผ่านช่วงสั้นๆ หลังจากระยะแขนงดาวยักษ์เชิงเส้นกำกับ (AGB) ก่อนที่จะวิวัฒนาการไปเป็นเนบิวลาดาวเคราะห์RAFGL 618
V* V1610 Cyg
HD 44179
s*bดาวยักษ์ใหญ่น้ำเงินBlue Supergiantดาวฤกษ์มวลมหาศาลที่ร้อนจัดและสว่างจ้าที่สุดกลุ่มหนึ่งในจักรวาล อยู่ในสภาวะวิวัฒนาการขั้นสูงหลังจากออกจากแถบลำดับหลัก* eta Car
* P Cyg
* eps Ori
s*rดาวยักษ์ใหญ่แดงRed Supergiantดาวฤกษ์มวลมหาศาลที่มีขนาดรัศมีใหญ่ที่สุดในบรรดาดาวฤกษ์ทั้งหมด มีอุณหภูมิผิวค่อนข้างต่ำแต่มีความสว่างสูงมากเนื่องจากขนาดที่มหึมา* alf Ori
V* VY CMa
* alf Sco
s*yดาวยักษ์ใหญ่เหลืองYellow Supergiantดาวฤกษ์มวลมหาศาลที่อยู่ในระยะเปลี่ยนผ่านของวิวัฒนาการระหว่างดาวยักษ์ใหญ่น้ำเงินและดาวยักษ์ใหญ่แดง มีความสว่างสูงและมักจะไม่คงที่* del CMa
* phi Cas
HD 119796
sg*ดาวยักษ์ใหญ่ระยะวิวัฒน์Evolved Supergiantดาวฤกษ์มวลมหาศาลที่ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่แกนกลางหมดไปแล้ว และกำลังอยู่ในระยะสุดท้ายของวิวัฒนาการก่อนที่จะระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา* alf Cyg
V* S Dor
* eta Leo

หมวดหมู่กระจุกดาว


รหัสสากล (SIMBAD Otype)ประเภทวัตถุชื่อภาษาอังกฤษคำอธิบายตัวอย่างวัตถุ
As*ชุมนุมดาวAssociation of Starsกลุ่มของดาวฤกษ์ที่อยู่รวมกันแบบหลวมมาก ๆ จนเกือบจะกระจัดกระจาย โดยดาวในกลุ่มมักจะเกิดมาพร้อมกันจากเนบิวลาก้อนเดียวกันUpper Sco Association
Upper Sco-Cen
Ass Cyg OB 2
CGGกลุ่มดาราจักรแคระCompact Group of Galaxiesกลุ่มของดาราจักรที่มีสมาชิกจำนวนน้อยอยู่รวมกันอย่างหนาแน่นในบริเวณที่จำกัด และมีอิทธิพลทางแรงโน้มถ่วงต่อกันอย่างรุนแรงStephan's Quintet
HCG 62
HCG 16
Cl*กระจุกดาวCluster of Starsกลุ่มของดาวฤกษ์ที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มด้วยแรงดึงดูดระหว่างกันRMC 136
NGC 2024
Cl Terzan 5
ClGกระจุกดาราจักรCluster of Galaxiesระบบที่ประกอบด้วยดาราจักรจำนวนมาก ตั้งแต่หลักสิบถึงหลักพันดวง ที่ยึดเหนี่ยวกันไว้ด้วยแรงดึงดูดมหาศาลVirgo Cluster
ACO 1656
ACO 426
GlCกระจุกดาวทรงกลมGlobular Clusterกลุ่มดาวฤกษ์จำนวนหลักแสนถึงหลักล้านดวงที่อยู่รวมกันอย่างหนาแน่นเป็นทรงกลมNGC 104
NGC 5139
M 15
GrGกลุ่มดาราจักรGroup of Galaxiesกลุ่มของดาราจักรที่อยู่รวมกันด้วยแรงดึงดูดระหว่างกัน โดยปกติจะมีจำนวนดาราจักรน้อยกว่าและมีความหนาแน่นต่ำกว่ากระจุกดาราจักร (Cluster of Galaxies)Magellanic Clouds
M 81-82 Group
NGC 4636 Group
IGดาราจักรที่มีอิทธิพลต่อกันInteracting Galaxiesระบบดาราจักรที่อยู่ใกล้กันจนได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงของกันและกัน ทำให้รูปทรงบิดเบี้ยวหรือเกิดการรวมตัวกันAntennae
NGC 3690
UGC 4305
MGrกลุ่มดาวเคลื่อนที่Moving Groupกลุ่มของดาวฤกษ์ที่มีการเคลื่อนที่ในอวกาศไปในทิศทางและความเร็วที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งบ่งบอกว่าดาวในกลุ่มนี้อาจมีต้นกำเนิดมาจากแหล่งเดียวกันCl Melotte 20
beta Pic Moving Group
Upper Centaurus Lupus
OpCกระจุกดาวเปิดOpen Clusterกลุ่มดาวฤกษ์จำนวนหลักสิบถึงหลักพันดวงที่อยู่รวมกันแบบหลวม ๆCl Melotte 22
Cl Melotte 25
NGC 2682
PCGกระจุกดาราจักรที่กำลังก่อตัวProto Cluster of Galaxiesกลุ่มของดาราจักรในเอกภพยุคแรกที่กำลังรวมตัวกันภายใต้แรงโน้มถ่วงเพื่อพัฒนาไปเป็นกระจุกดาราจักรขนาดใหญ่SSA22 Protocluster
MRC 1138-262 Protocluster
SPT-CL J2349-5638
PaGดาราจักรคู่Pair of Galaxiesะบบดาราจักรสองดวงที่อยู่ใกล้กันมากจนอาจมีแรงดึงดูดกระทำต่อกัน หรือกำลังเตรียมจะรวมตัวกันAPG 284
NGC 5256
NGC 6090
SCGกลุ่มกระจุกดาราจักรSupercluster of Galaxiesโครงสร้างขนาดมหึมาในเอกภพที่ประกอบด้วยกระจุกดาราจักรและกลุ่มดาราจักรจำนวนมากมารวมตัวกันด้วยแรงโน้มถ่วง เป็นหนึ่งในโครงสร้างที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลShapley Supercluster
Great Attractor
Local Supercluster
St*ธารดาวฤกษ์Stellar Streamกลุ่มของดาวฤกษ์ที่เรียงตัวเป็นแนวยาวคล้ายสายน้ำ โคจรอยู่รอบดาราจักรSagittarius Stream
GD-1 Stream
Orphan Stream
vidบริเวณที่มีความหนาแน่นต่ำของเอกภพUnderdense Region of the Universeบริเวณพื้นที่ว่างขนาดมหึมาในเอกภพที่มีดาราจักรอยู่อย่างเบาบางมาก หรือแทบไม่มีอยู่เลย เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยโดยรวมLocal Void
Bootes Void

หมวดหมู่เนบิวลาและสสารระหว่างดาว


รหัสสากล (SIMBAD Otype)ประเภทวัตถุชื่อภาษาอังกฤษคำอธิบายตัวอย่างวัตถุ
CGbกลุ่มเมฆดาวหาง/เสาเนบิวลาCometary Globule / Pillarกลุ่มเมฆก๊าซและฝุ่นที่มีรูปร่างเรียวยาวคล้ายดาวหางหรือเป็นแท่งสูง มักเกิดจากการถูกกัดเซาะด้วยรังสีจากดาวฤกษ์ร้อนจัดที่อยู่ใกล้เคียงIC 1396 North
CG 30
[G85] 12
CldเมฆCloudกลุ่มก๊าซและฝุ่นในอวกาศที่มีความหนาแน่นสูงกว่าบริเวณโดยรอบCyg X
Ori Complex
Lupus 1
DNeเนบิวลามืดDark Cloud (nebula)กลุ่มเมฆฝุ่นและก๊าซในอวกาศที่มีความหนาแน่นสูงมากจนบดบังแสงจากดาวฤกษ์หรือวัตถุที่อยู่เบื้องหลังLDN 1544
LDN 1551
LDN 663
EmOวัตถุสเปกตรัมแปล่งแสงEmission Objectคำเรียกทั่วไปของวัตถุทางดาราศาสตร์ที่มีสเปกตรัมแสดงเส้นการเปล่งแสง เช่น เนบิวลา ดาวฤกษ์อายุน้อย หรือเควซาร์LHA 120-N 103B
LHA 120-N 44
LHA 120-N 160
GNeเนบิวลาNebulaกลุ่มเมฆของฝุ่น ก๊าซไฮโดรเจน ฮีเลียม และพลาสมา ที่ล่องลอยอยู่ในอวกาศNGC 6820
Slug Nebula
NGC 2246
HHวัตถุเฮอร์บิก-ฮาโรHerbig-Haro Objectเนบิวลาขนาดเล็กที่เกิดจากไอพ่นก๊าซจากดาวฤกษ์เกิดใหม่พุ่งชนกับกลุ่มก๊าซและฝุ่นรอบข้างด้วยความเร็วสูงจนเกิดความร้อนและแสงสว่างHH 34
HH 212
HH 111
HIIเขตเอชทูHII Regionบริเวณที่มีก๊าซไฮโดรเจนแตกตัวเป็นไอออนเนื่องจากได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตจากดาวฤกษ์ร้อนจัดที่อยู่ใกล้เคียง มักเป็นแหล่งกำเนิดดาวฤกษ์ใหม่M 42
NGC 3372
W 3 OH
HVCเมฆความเร็วสูงHigh-velocity Cloudกลุ่มเมฆก๊าซขนาดใหญ่ในบริเวณฮาโลของดาราจักรที่มีความเร็วในการเคลื่อนที่สูงมาก และมีองค์ประกอบต่างจากก๊าซทั่วไปในแผ่นจานดาราจักรMagellanic Stream
HVC Complex C
HVC Complex A
ISMวัตถุในสสารระหว่างดาวInterstellar Medium Objectสสารและพลังงานที่ดำรงอยู่ในที่ว่างระหว่างระบบดาวภายในดาราจักร ประกอบไปด้วยก๊าซและฝุ่นอวกาศGUM Nebula
North Polar Spur
Homunculus Nebula
Masเมเซอร์Maserปรากฏการณ์ที่กลุ่มก๊าซในอวกาศปล่อยคลื่นไมโครเวฟที่มีความเข้มข้นและเป็นระเบียบสูงออกมาW 3(H2O)
OH 043.796-00.127
OH 016.59-00.05
MoCเมฆโมเลกุลMolecular Cloudกลุ่มเมฆหนาแน่นในสสารระหว่างดาวซึ่งประกอบด้วยโมเลกุลของก๊าซ (ส่วนใหญ่เป็นก๊าซไฮโดรเจน) และเป็นแหล่งก่อกำเนิดของดาวฤกษ์ดวงใหม่Ori A
Sgr B2
TMC-1
PNเนบิวลาดาวเคราะห์Planetary Nebulaกลุ่มก๊าซที่ขยายตัวออกเป็นเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกขับออกมาจากดาวฤกษ์มวลน้อยถึงปานกลางในช่วงท้ายของวิวัฒนาการ ก่อนที่แกนกลางจะกลายเป็นดาวแคระขาวNGC 7027
NGC 6543
IC 418
RNeเนบิวลาสะท้อนแสงReflection Nebulaกลุ่มเมฆฝุ่นในอวกาศที่สว่างขึ้นเนื่องจากการสะท้อนแสงจากดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้เคียง โดยมักจะปรากฏเป็นสีน้ำเงินเนื่องจากการกระเจิงของแสงNGC 2023
NGC 2071
M 78
SFRบริเวณก่อกำเนิดดาวฤกษ์Star Forming Regionบริเวณภายในดาราจักรที่มีกลุ่มก๊าซและฝุ่นหนาแน่น ซึ่งกำลังเกิดกระบวนการยุบตัวเพื่อก่อกำเนิดเป็นดาวฤกษ์ดวงใหม่Taurus Complex
Ophiuchus Molecular Cloud
Orion-KL
SNRซากซูเปอร์โนวาSuperNova Remnantโครงสร้างกลุ่มแก๊สและฝุ่นในอวกาศ ที่หลงเหลืออยู่หลังจากการระเบิดครั้งใหญ่ของดาวฤกษ์M 1
Cas A
Lupus SN
bubบับเบิลBubbleโพรงหรือโครงสร้างรูปฟองในสสารระหว่างดาวที่เกิดจากลมสุริยะแรงสูงหรือการระเบิดของซูเปอร์โนวาที่พัดกวาดก๊าซโดยรอบออกไปFermi Bubbles
[L89b] 28.823-00.226
GRS G328.59 -00.52
corแก่นหนาแน่นDense Coreบริเวณส่วนกลางของเมฆโมเลกุลที่มีความหนาแน่นของก๊าซและฝุ่นสูงมาก มักเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อกำเนิดดาวฤกษ์IRAS 16293-2422
IRAS 18449-0115
[BM89] L1544
fltเส้นใยสสารระหว่างดวงดาวInterstellar Filamentโครงสร้างรูปเส้นใยที่ยาวและแคบซึ่งประกอบด้วยก๊าซและฝุ่นในสสารระหว่างดาว เป็นส่วนประกอบสำคัญในเมฆโมเลกุลที่เป็นแหล่งก่อกำเนิดดาวฤก[MES2007] X7
[MES2007] X3
[WTB2016] F39
glbกลุ่มเมฆมืดมวลต่ำGlobule (low-mass dark cloud)กลุ่มเมฆก๊าซและฝุ่นขนาดเล็กที่มืดและหนาแน่น มักเป็นแหล่งกำเนิดของดาวฤกษ์มวลน้อย[KAG2008] globule 5
IRAS 02497+6018
outการไหลพุ่งของสสารOutflowการพุ่งออกของก๊าซหรือสสารจากวัตถุทางดาราศาสตร์ด้วยความเร็วสูง มักพบในดาวฤกษ์เกิดใหม่หรือนิวเคลียสดาราจักรกัมมันต์[DE95] LDN 1157 B1
[DE95] LDN 1157 B2
IRAS 18265-1517
shเปลือกสสารระหว่างดาวInterstellar Shellโครงสร้างรูปเปลือกหรือวงแหวนในสสารระหว่างดาว ที่ถูกกวาดและผลักออกมาโดยลมสุริยะแรงสูงหรือคลื่นกระแทกจากการระเบิดของดาวฤกษ์LMC 2 Supergiant Shell
LMC 4 Supergiant Shell
LMC 3 Supergiant Shell

หมวดหมู่ดาราจักร


รหัสสากล (SIMBAD Otype)ประเภทวัตถุชื่อภาษาอังกฤษคำอธิบายตัวอย่างวัตถุ
AGNนิวเคลียสดาราจักรกัมมันต์Active Galaxy Nucleusบริเวณใจกลางดาราจักรที่มีความสว่างมหาศาลผิดปกติ ซึ่งเกิดจากสสารที่ตกลงสู่หลุมดำมวลยิ่งยวดที่แกนกลางM 31
M 87
M 82
BLLวัตถุชนิดบีแอล แลกBL Lacวัตถุในกลุ่มนิวเคลียสดาราจักรกัมมันต์ที่มีการแปรแสงรุนแรงและรวดเร็ว แต่มีลักษณะเด่นคือเส้นสเปกตรัมการแผ่ที่อ่อนมากหรือไม่ปรากฏเลย3C 273
Centaurus A
Z 184-50
BiCดาราจักรสว่างที่สุดในกระจุกBrightest Galaxy in a Cluster (BCG)ดาราจักรที่มีความสว่างมากที่สุดซึ่งตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของกระจุกดาราจักร มักเป็นดาราจักรชนิดอีลิปทิกขนาดมหึมาที่มีมวลมหาศาลNGC 5044
NGC 4839
IC 4182
EmGดาราจักรสเปกตรัมเปล่งแสงEmission-line galaxyดาราจักรที่สเปกตรัมแสดงเส้นการเปล่งแสงอย่างรุนแรง มักเกิดจากการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ใหม่อย่างหนาแน่น หรือมีนิวเคลียสดาราจักรกัมมันต์NGC 4038
NGC 4449
NGC 3198
GดาราจักรGalaxyระบบขนาดมหึมาที่ประกอบด้วย ดาวฤกษ์หลักล้านถึงล้านล้านดวง รวมถึงก๊าซ ฝุ่นอวกาศ และสสารมืด ที่ยึดเหนี่ยวกันไว้ด้วยแรงดึงดูดมหาศาลLMC
SMC
SDG
GiCดาราจักรที่อยู่ทิศทางของกระจุกดาราจักรGalaxy towards a Cluster of Galaxiesดาราจักรที่ปรากฏอยู่ในทิศทางเดียวกับกระจุกดาราจักรเมื่อมองจากโลก โดยอาจเป็นสมาชิกของกระจุกหรืออยู่ด้านหน้า/หลังกระจุกก็ได้M 60
IC 1613
NGC 4631
GiGดาราจักรที่อยู่ทิศทางของกลุ่มดาราจักรGalaxy towards a Group of Galaxiesดาราจักรที่ปรากฏอยู่ในทิศทางเดียวกับกลุ่มดาราจักรเมื่อมองจากโลกM 33
M 32
NGC 300
GiPดาราจักรในคู่ดาราจักรGalaxy in Pair of Galaxiesดาราจักรที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบดาราจักรคู่ที่อยู่ใกล้กันและมีแรงดึงดูดกระทำต่อกันM 101
M 95
NGC 4039
H2Gดาราจักร HIIHII Galaxyดาราจักรแคระที่มีการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ใหม่อย่างรุนแรง ทำให้มีบริเวณที่ก๊าซไฮโดรเจนแตกตัวเป็นไอออน (HII Region) ขนาดใหญ่และสว่างมากในสเปกตรัมNGC 6946
NGC 891
M 99
LINนิวเคลียสดาราจักรแบบ LINERLINER-type Active Galaxy Nucleusนิวเคลียสดาราจักรกัมมันต์ประเภทหนึ่งที่มีเส้นการแผ่สเปกตรัมที่แตกตัวเป็นไอออนต่ำ ซึ่งพบได้ทั่วไปในดาราจักรส่วนใหญ่M 105
M 104
NGC 1097
LSBดาราจักรสว่างน้อยLow Surface Brightness Galaxyดาราจักรที่มีความสว่างต่อพื้นที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับดาราจักรทั่วไป ทำให้สังเกตเห็นได้ยากและมักประกอบด้วยสสารมืดในปริมาณสูงSextans dSph
NGC 5204
NGC 247
PoGส่วนหนึ่งของดาราจักรPart of a Galaxyวัตถุหรือโครงสร้างทางดาราศาสตร์ที่ถูกระบุว่าเป็นส่วนประกอบหนึ่งภายใต้ระบบหรือโครงสร้างของดาราจักรใดดาราจักรหนึ่งPer Arm
Sgr Arm
Car-Sgr Arm
SBGดาราจักรระเบิดการก่อกำเนิดดาวStarburst Galaxyดาราจักรที่มีอัตราการก่อกำเนิดดาวฤกษ์สูงกว่าปกติอย่างมากเมื่อเทียบกับดาราจักรทั่วไป โดยมักเกิดจากการชนกันระหว่างดาราจักรM 83
NGC 4228
IC 883
Sy1ดาราจักรเซย์เฟิร์ตชนิดที่ 1Seyfert 1 Galaxyดาราจักรเซย์เฟิร์ตชนิดที่มีเส้นการแผ่สเปกตรัมทั้งแบบกว้างและแบบแคบ ซึ่งบ่งบอกถึงก๊าซที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมากรอบหลุมดำที่ใจกลาง3C 286
NGC 4151
NGC 5548
Sy2ดาราจักรเซย์เฟิร์ตชนิดที่ 2Seyfert 2 Galaxyดาราจักรเซย์เฟิร์ตชนิดที่มีเพียงเส้นการแผ่สเปกตรัมแบบแคบ โดยเชื่อว่าส่วนที่แผ่เส้นสเปกตรัมแบบกว้างถูกบดบังด้วยวงแหวนฝุ่นหนาM 77
M 81
M 51
SyGดาราจักรเซย์เฟิร์ตSeyfert Galaxyดาราจักรที่มีนิวเคลียสกัมมันต์และมีความสว่างที่ใจกลางสูงมาก มักเป็นดาราจักรชนิดก้นหอย โดยพลังงานมาจากสสารที่ตกลงสู่หลุมดำมวลยิ่งยวดNGC 253
IC 1127
M 94
bCGดาราจักรแคระสีน้ำเงินBlue Compact Galaxyดาราจักรขนาดเล็กที่มีการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ใหม่อย่างหนาแน่นและรุนแรง ทำให้มีสีน้ำเงินเด่นชัดจากดาวอายุน้อยที่ร้อนจัดZ 244-18
Z 351-62
IC 4662
rGดาราจักรวิทยุRadio Galaxyดาราจักรกัมมันต์ที่มีการแผ่คลื่นวิทยุออกมาอย่างรุนแรง โดยมักมีลำเจ็ต (Jets) ขนาดมหึมาพุ่งออกมาจากนิวเคลียสที่เป็นหลุมดำมวลยิ่งยวดNGC 1399
NGC 1316
NGC 5253

หมวดหมู่วัตถุพลังงานสูงและแปลกประหลาด


รหัสสากล (SIMBAD Otype)ประเภทวัตถุชื่อภาษาอังกฤษคำอธิบายตัวอย่างวัตถุ
BHหลุมดำBlack Holeวัตถุที่มีแรงดึงดูดมหาศาล จนไม่มีสิ่งใด แม้แต่แสงที่เดินทางเร็วที่สุดในจักรวาล ก็ไม่สามารถหนีรอดออกมาได้หากพลัดหลงNGC 1850 BH1
3XMM J150052.0+015452
Blaเบลซาร์Blazarนิวเคลียสดาราจักรกัมมันต์ประเภทหนึ่งที่มีลำเจ็ทของอนุภาคพุ่งตรงมายังโลก ทำให้มีความสว่างสูงมากและมีการแปรแสงที่รุนแรงในทุกช่วงคลื่นNGC 1275
3C 279
3C 454.3
FIRแหล่งกำเนิดรังสีอินฟราเรดไกลFar-IR source (λ >= 30 µm)วัตถุหรือแหล่งกำเนิดพลังงานที่แผ่รังสีในช่วงอินฟราเรดไกล (ความยาวคลื่นตั้งแต่ 30 ไมโครเมตรขึ้นไป) มักพบในบริเวณที่มีฝุ่นอวกาศอุณหภูมิต่ำและหนาแน่น[JCC87] IRAS 4
HH 7-11
IRAS 16253-2429
GWEเหตุการณ์คลื่นความโน้มถ่วงGravitational Wave Eventเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการกระเพื่อมของกาลอวกาศ เช่น การรวมตัวกันของหลุมดำหรือดาวนิวตรอนสองดวง ซึ่งสามารถตรวจวัดได้ในรูปแบบของคลื่นความโน้มถ่วงGrW 170817
GrW 190814
GrW 170814
HIแหล่งกำเนิด HI (21 ซม.)HI (21cm) Sourceแหล่งกำเนิดคลื่นวิทยุที่แผ่ออกมาจากอะตอมของไฮโดรเจนที่เป็นกลางในอวกาศ ซึ่งช่วยในการทำแผนที่โครงสร้างของดาราจักรMagellanic Bridge
Eri Bubble
HI 1225+01
HXBระบบดาวคู่รังสีเอกซ์มวลมากHigh Mass X-ray Binaryระบบดาวคู่ที่ประกอบด้วยดาวฤกษ์มวลมากและดาวมวลอัดแน่น โดยมีการแผ่รังสีเอกซ์เข้มข้นจากการที่ดาวมวลอัดแน่นดึงดูดมวลสารจากลมสุริยะHD 226868
Granat 1915+105
SS 433
IRแหล่งกำเนิดอินฟราเรดInfra-Red Sourceวัตถุทางดาราศาสตร์ที่แผ่รังสีในช่วงคลื่นอินฟราเรด ซึ่งช่วยในการศึกษาวัตถุที่ถูกฝุ่นอวกาศบดบัง[RLK73] IRc 2
G2 Dust Cloud
IRAS 03225+3034
LXBระบบดาวคู่รังสีเอกซ์มวลน้อยLow Mass X-ray Binaryระบบดาวคู่ที่ประกอบด้วยดาวมวลอัดแน่น (เช่น ดาวนิวตรอนหรือหลุมดำ) และดาวฤกษ์มวลน้อยที่มีการถ่ายโอนมวลสารจนเกิดการแผ่รังสีเอกซ์V* V821 Ara
V* HZ Her
V* V818 Sco
LeGภาพเลนส์ความโน้มถ่วงของดาราจักรGravitationally Lensed Image of a Galaxyภาพของดาราจักรไกลที่ปรากฏบิดเบี้ยวหรือขยายขึ้นโดยแรงโน้มถ่วงของวัตถุมวลมหาศาลที่อยู่ตรงหน้าEyelash
Sunburst Arc
[CFT2022] GHZ2
LeIภาพเลนส์ความโน้มถ่วงGravitationally Lensed Imageปรากฏการณ์ทางแสงที่เกิดจากแรงโน้มถ่วงของวัตถุมวลมากทำหน้าที่เป็นเลนส์หักเหแสงจากวัตถุที่อยู่ไกลออกไปQSO B2237+0305C
QSO B2237+0305B
QSO B2237+0305D
LeQภาพเลนส์ความโน้มถ่วงของเควซาร์Gravitationally Lensed Image of a Quasarภาพของเควซาร์ที่ถูกขยายหรือปรากฏในหลายตำแหน่งเนื่องจากอิทธิพลของเลนส์ความโน้มถ่วงจากดาราจักรเบื้องหน้า[BDW2002] q1104-1805a
QSO J1004+4112C
CLASS B1555+375
Levปรากฏการณ์เลนส์ความโน้มถ่วง(Micro)Lensing Eventเหตุการณ์ที่แสงจากวัตถุไกลสว่างขึ้นชั่วขณะจากการที่มีวัตถุเคลื่อนที่ผ่านหน้าและทำหน้าที่เป็นเลนส์ความโน้มถ่วงขนาดเล็กKMT-2021-BLG-1391
KMT-2021-BLG-0171
OGLE-2018-BLG-0584
MIRแหล่งกำเนิดย่านMid-IR Source (3 to 30 µm)แหล่งกำเนิดพลังงานทางดาราศาสตร์ที่แผ่รังสีในช่วงอินฟราเรดกลาง (ความยาวคลื่น 3-30 ไมโครเมตร) มักใช้ศึกษาฝุ่นอวกาศและวัตถุที่มีอุณหภูมิปานกลางRAFGL 890S
MSX5C G023.0126-00.4177
IRAS 16032-3537
N*ดาวนิวตรอนNeutron Starซากที่เหลือจากการยุบตัวของระเบิดแบบซูเปอร์โนวาจากดาวฤกษ์มวลมาก อะตอมถูกบีบจนอิเล็กตรอนรวมกับโปรตอนกลายเป็น นิวตรอน เกือบทั้งหมดRX J0720.4-3125
RBS 1223
SWIFT J1818.0-1607
NIRแหล่งกำเนิดอินฟราเรดNear-IR Source (λ < 3 µm)วัตถุที่แผ่รังสีในช่วงอินฟราเรดใกล้ (ความยาวคลื่นน้อยกว่า 3 ไมโครเมตร) ซึ่งเป็นย่านที่อยู่ถัดจากแสงสีแดงที่ตามองเห็นได้2MASS J03290842+3115284
SH 2-140 IRS 3
SH 2-140 IRS 2
Psrพัลซาร์Pulsarดาวนิวตรอนที่หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูงมาก และแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาเป็นจังหวะV* CM Tau
Vela Pulsar
PSR J1808-2024
QSOเควซาร์Quasarแกนกลางกาแล็กซีที่สว่างจ้าเป็นพิเศษ ซึ่งได้รับพลังงานมหาศาลจากการที่ หลุมดำมวลยิ่งยวด กำลังดูดกลืนสสารรอบตัว จนปลดปล่อยแสงสว่างและรังสีออกมามากกว่าดาวฤกษ์ทั้งกาแล็กซีรวมกัน3C 48
8C 0958+561
QSO B1115+080A
Radแหล่งกำเนิดคลื่นวิทยุRadio Sourceวัตถุทางดาราศาสตร์ที่แผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงความยาวคลื่นวิทยุ เช่น พัลซาร์ ซากซูเปอร์โนวา หรือนิวเคลียสดาราจักรกัมมันต์Sgr B2 (North)
Sgr B2 Main
M87 Jet
ULXแหล่งกำเนิดรังสีเอ็กซ์ที่มีความสว่างมากUltra-luminous X-ray Sourceแหล่งกำเนิดรังสีเอกซ์ที่มีความสว่างสูงเป็นพิเศษ มากกว่าขีดจำกัดปกติของระบบดาวคู่รังสีเอกซ์ทั่วไป แต่น้อยกว่านิวเคลียสดาราจักรกัมมันต์[KCF2005] M82 G
2E 756
[FK2005] 25
UVแหล่งกำเนิดรังสีอัลตราไวโอเลตUV-emission Sourceวัตถุหรือแหล่งกำเนิดทางดาราศาสตร์ที่มีการแผ่รังสีออกมาอย่างรุนแรงในย่านรังสีอัลตราไวโอเลต[HS80] B93
Case A-F 901
EUVE J2114+50.3
Xแหล่งกำเนิดรังสีเอ็กซ์X-ray Sourceวัตถุหรือปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่แผ่รังสีพลังงานสูงในย่านรังสีเอกซ์Sgr A*
LHB
SWIFT J2058.4+0516
XB*ดาวคู่รังสีเอ็กซ์X-ray Binaryระบบดาวคู่ที่ประกอบด้วยดาวมวลอัดแน่น และดาวฤกษ์ปกติ โดยมีการถ่ายโอนมวลสารไปยังดาวมวลอัดแน่นจนเกิดความร้อนมหาศาลและแผ่รังสีเอ็กซ์ออกมาอย่างรุนแรง2E 1550
SV* HV 5682
MAXI J1535-571
cmแหล่งกำเนิดคลื่นวิทยุย่านเซนติเมตรCentimetric Radio Sourceวัตถุหรือแหล่งกำเนิดทางดาราศาสตร์ที่แผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงความยาวคลื่นวิทยุย่านเซนติเมตรCNSS J001947.3+003527
PMN J0453-3949
PMN J1807-2506
evปรากฎการณ์ชั่วคราวTransient Eventปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงความสว่างหรือลักษณะทางกายภาพอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น การระเบิด ซูเปอร์โนวา หรือแสงวาบพลังงานสูงSN 2008S
ASASSN -15lh
AT 2019qiz
gBแสงวาบรังสีแกมมาGamma-ray Burstการระเบิดของแสงพลังงานสูงที่รุนแรงและสว่างที่สุดในจักรวาล โดยในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาที เชื่อว่าเกิดจากการ ชนกันและรวมตัวกันของดาวนิวตรอนสองดวง หรือดาวนิวตรอนกับหลุมดำGRB 990123
GBS 1900+14
GRB 970508
gLSระบบเลนส์ความโน้มถ่วงGravitational Lens System (lens+images)ระบบที่ประกอบด้วยทั้งวัตถุตัวเลนส์และภาพของวัตถุพื้นหลังที่ปรากฏบิดเบี้ยวหรือเพิ่มจำนวนขึ้น[PBW92] 1422+231
CSWA 1
SLACS SDSS J0946+1006
gLeเลนส์ความโน้มถ่วงGravitational Lensวัตถุมวลมหาศาลที่ทำหน้าที่บิดเบี้ยวและขยายแสงจากวัตถุที่อยู่ไกลออกไปตามทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปHSCS J021411-040502
SL2S J022610-042011
GAMA J023251.57-040823.8
gamแหล่งกำเนิดรังสีแกมมาGamma-ray Sourceวัตถุหรือปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่แผ่รังสีในช่วงความยาวคลื่นรังสีแกมมา ซึ่งเป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีพลังงานสูงที่สุดในจักรวาลSgr J0418+5729
TeV J2032+4130
GRO J2019+40
mmแหล่งกำเนิดย่านMillimetric Radio Sourceวัตถุที่แผ่คลื่นวิทยุในย่านความยาวคลื่นมิลลิเมตร มักเกี่ยวข้องกับบริเวณก่อตัวของดาวฤกษ์ใหม่หรือกลุ่มก๊าซและฝุ่นที่เย็นจัด[TSO2008] 18
[BHC2016] MM2
[BHT2019] G358.93-00.03 MM1
rBคลื่นวิทยุความเร็วสูงRadio Burstปรากฏการณ์การแผ่คลื่นวิทยุพลังงานสูงออกมาในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างกะทันหัน ซึ่งอาจเกิดจากการระเบิดหรือกระบวนการทางฟิสิกส์ที่รุนแรงในอวกาศFRB 20181119D
FRB 20180916B
FRB 20201124A
regบริเวณที่กำหนดบนท้องฟ้าRegion defined in the Skyพื้นที่บนท้องฟ้าที่ถูกกำหนดขอบเขตหรือพิกัดไว้เพื่อใช้ในการระบุตำแหน่งหรือการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์โดยเฉพาะGalactic Center
COSMOS Field
Chandra Deep Field-South
smmแหล่งกำเนิดรังสีย่านมิลลิเมตรSub-Millimetric Sourceวัตถุหรือแหล่งกำเนิดทางดาราศาสตร์ที่แผ่รังสีออกมาในช่วงความยาวคลื่นซับมิลลิเมตร (อยู่ระหว่างย่านอินฟราเรดไกลและคลื่นวิทยุ) มักใช้ในการศึกษาฝุ่นอวกาศและเมฆโมเลกุลที่มีอุณหภูมิต่ำมาก[SSG2006] MMS002
LDN 1448NA
SMM J123652+621225

หมวดหมู่ระบบสุริยะและดาวเคราะห์นอกระบบ


รหัสสากล (SIMBAD Otype)ประเภทวัตถุชื่อภาษาอังกฤษคำอธิบายตัวอย่างวัตถุ
BD*ดาวแคระน้ำตาลBrown Dwarfดาวฤกษ์ขนาดเล็กที่มีมวลไม่มากพอที่จะสร้างความร้อนและแรงดันสูงถึงขั้นเกิดปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์ฟิวชันของไฮโดรเจนที่แกนกลางเหมือนดาวฤกษ์ในแถบลำดับหลักHD 42581B
TWA 27B
LP 666-9
Plดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะExtra-solar Planetดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่นที่ไม่ใช่ดวงอาทิตย์ และอยู่ในระบบดาวเคราะห์อื่นที่ไม่ใช่ระบบสุริยะเดียวกันกับโลกProxima Centauri b
beta Pic b
TRAPPIST-1 e
51 Peg b